ว่าด้วยเรื่องของอาหารสำหรับศาสนาอิสลาม


Warning: printf(): Too few arguments in /home/a221coom/public_html/awqaf-ir.org/wp-content/themes/viral/inc/template-tags.php on line 93

halal-food

อาหารถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ทุกๆ คนต้องทานอาหารเพื่อให้ชีวิตอยู่ได้ต่อไปในแต่ละวัน และอาหารนั้นก็มีด้วยกันอยู่หลากหลายประเภทยิ่งในประเทศไทยที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศอู่ข้าวอู่น้ำของโลกด้วยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่ยากลำบากสักแค่ไหนวัตถุดิบในประเทศไทยก็สามารถนำมาเนรมิตได้ทั้งสิ้น ทว่าเรื่องของการทานอาหารก็ยังคงมีความเชื่อของแต่ละศาสนาหรือการนับถือเทพเจ้าของแต่ละคนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเช่นเดียวกัน จะพามาทำความรู้จักกับคนในศาสนาอิสลามว่ามีเรื่องใดบ้างที่ควรรู้เกี่ยวกับอาหาร

อาหารที่คนนับถือศาสนาอิสลามห้ามรับประทาน

จะว่าไปแล้วศาสนาอิสลามจัดได้ว่าเป็นศาสนาที่มีความเคร่งครัดในเรื่องของหลักธรรมและอาหารการกินเป็นอย่างมาก โดยอาหารที่ห้ามรับประทานตามกฎศาสนาประกอบไปด้วย

  1. สิ่งที่ปนเปื้อนนะยิส ไม่สามารถทำความสะอาดได้ ซึ่งนะยิสที่ว่านั้นก็คือวัตถุดิบทั้ง 7 อย่าง ถ้าหากว่ามีสิ่งปนเปื้อนลงไปในอาหารจะรับประทานไม่ได้ อันประกอบไปด้วย
    • สุกรและสุนัข
    • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และของมึนเมาทุกชนิด
    • สัตว์ที่ตายโดนไม่ได้ผ่านพิธีการเชือดทางศาสนาอิสลาม
    • เลือด น้ำเหลือง น้ำหนอง ยกเว้นอวัยวะบางอย่างที่คล้ายกันแต่ไม่ใช่ อาทิ หัวใจ ตับ
    • อาเจียน, ปัสสาวะ, อุจจาระ ของสัตว์ที่บริโภคไม่ได้และมนุษย์
    • อวัยวะที่ถูกแยกออกจากตัวสัตว์ในขณะยังมีชีวิตยกเว้นเส้นผมและขน
    • นมของสัตว์ที่ไม่สามารถทานได้ตามกฎบัญญัติ
  2. สัตว์บกตัวเล็กๆ และสัตว์เลื้อยคลานทั้งหมด เช่น แมลงวัน, มด, หนอน, จิ้งหรีด รวมไปถึงสัตว์ที่มีพิษหรือเหล็กใน เช่น ต่อ, แตน, ผึ้ง แต่บางชนิดก็ทานได้ อาทิ ตั๊กแตน, แย้ นอกจากนี้หากทานหนอนที่อยู่ในผลไม้ไปพร้อมกับผลไม้ถือว่าไม่ผิดกฎแต่อย่างใด
  3. นกที่ผิดกฎ อาทิ นกยูง, แร้ง, นกแก้ว เป็นต้น
  4. สัตว์ดุร้ายหลายประเภท ที่มีเขี้ยวหรืองาแข็งแรง และใช้เขี้ยวหรืองานั้นในการทำร้ายผู้อื่นๆ อาทิ เสือ. สิงโต. ช้าง. ลิง เป็นต้น
  5. สิ่งที่เป็นพิษต่อร่างกาย อาทิ ยาเสพติด, ฝิ่น, ยาพิษ

เมนูอาหารอิสลามที่ได้รับความนิยม

halal-food

จะเห็นได้ว่าอาหารอิสลามในปัจจุบันไม่ได้ทำให้ทานเพียงแค่คนที่นับถือศาสนาอิสลามอีกต่อไป แต่คนทุกคนสามารถทานได้ และในปัจจุบันก็มีเมนูต่างๆ มากมายให้ได้เลือกรับประทาน ไม่ว่าจะเป็น ข้าวหมกไก่, ซุปหางวัว, ซุปไก่, เนื้อทอด, เนื้อย่าง, มัสมั่นเนื้อหรือไก่ และอื่นๆ อีกมากมายที่ทำตามกฎบัญญัติ ซึ่งโดยทั่วไปนั้นหากว่าต้องการทานอาหารอิสลามแท้สามารถสังเกตได้จากร้านที่ติดป้ายมีเครื่องหมาย “ฮาลาล” คนอิสลามก็สามารถเข้าไปรับประทานได้อย่างสบายใจ

ฮัจญ์ สำคัญกับชาวมุสลิมมากน้อยแค่ไหน


Warning: printf(): Too few arguments in /home/a221coom/public_html/awqaf-ir.org/wp-content/themes/viral/inc/template-tags.php on line 93

awqaf-ฮัจญ์

การทำพิธี ฮัจญ์ ที่ชาวมุสลิมนั้นให้ความสำคัญมากที่สุดในชีวิต คือการเดินทางไปที่ประเทศซาอุ เมือง เมกกะ ในเดือน ซุลฮิจญะ ขาวมุสลิมให้ความสำคัญมากเพราะถ้าใครได้ไปทำพิธีฮัจญ์ ถือว่าได้บรรลุในการนับถือศาสนาอิสลามแล้ว เปรียบสะเหมือนกับชาวพุทธอย่างเรา ที่ได้ไปประเทศอินเดียและได้ไปกราบสกาละ พระพุทธเจ้า ถือว่าเป็นช่วงที่ดีที่สุดในชีวิตของผู้ที่นับถือศาสนานั้นๆ

ชาวมุสลิจากทั่วโลกมารวมตัวกันที่ประเทศ ซาอุดิอาระเบีย โดยก่อนอื่จะต้องทำ อิหุรอม ก่อน คือทำจิตใจให้สงบที่สุด ก่อนจะเข้าไปในพื้นที่ที่มีชื่อว่า แผ่นดินต้องห้าม หรือ แผ่นดินหะรอม โดยมีข้อบังคับอย่างเคร่งคัด เช่น การไม่สมสู่ ห้ามฆ่าสัตย์หรือสิ่งมีชีวิตในแผ่นดินหะรอม ห้ามตัดเล็บหรือเส้นผมใดๆทั้งสิ้น ห้ามใส่น้ำหอม หรือเครื่องประดับต่างๆการแต่งกายจะมีเพียงผ้า 2ผืนที่ห่อหุ้มร่างกายเท่านั้น

awqaf-ฮัจญ์1

ส่วนพี่น้องชาวมุสลิม ที่ไม่ได้ไปหรือความพร้อมอาจจะยังไม่ถึง ก็ยังคงให้ความศรัทธาต่อศาสนา โดยการเฉลิมฉลอง หรือจัดเลี้ยงทำบุญที่บ้านของตนเอง หรือทางภาคใต้ของเรานั้นเรียกว่า วันรายอ หรือถ้าแปลเป็นไทย คือ วันแห่งความยิ่งใหญ่ นั่นเอง

awqaf-ฮัจญ์2

การทำฮัจญ์ เป็นพิธีกรรมเก่าแก่ของศาสนาอิสลาม มาตั้งแต่สมัย ศาสดาฮิบรอฮีม และศาสดา ฮิสมาอีล ผู้เป็นลูกชายสร้าง บัยดุลลอฮุ สร้างขึ้นมาเพื่อไว้สำหรับบูชาต่อ อัลเลาะห์ พระเจ้าแห่งศาสนาอิสลาม เรียกร้องให้พี่น้องชาวมุสลิม จงรักภักดีต่อพระเจ้าอย่างอัลเลาะห์ จนมาถึงปัจจุบัน ยุคของศาสดา มูฮัมหมัด ได้มีการทุบทำลายสิ่งของหรือรูปปั้นต่างๆที่อยู่รอบ กะอุบะหุจนหมด และแสดงแบบอย่างให้เห็นว่าการทำฮัจญ์นั้น ที่แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร ไม่ต้องมีสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจจำพวกรูปปั้น หรือสิ่งอื่นๆ เพราะ มูฮัมหมัดรู้ดีว่า อัลเลาะห์ ควรจะอยู่เพียงแค่ในใจของชาวมุสลิมเท่านั้น

มุสลิม มีความสำคัญต่ออิสลามอย่างไร


Warning: printf(): Too few arguments in /home/a221coom/public_html/awqaf-ir.org/wp-content/themes/viral/inc/template-tags.php on line 93

muslim_american

มุสลิม หมายถึง ผู้ที่เชื่อฟังพระเจ้า ที่ชื่อ “อัลเลาะห์” ศาสนาอิสลามนั้น ซึ่งถือว่าเป็นศาสนา หนึ่งที่มีผู้รับถือมากที่สุดอันดับต้นๆของโลกและมีอุดมคติที่เหมือนกับทุกๆศาสนา ที่สอนให้ทุกคนนั้นเป็นคนดี และช่วยเผยแพร่ ศาสนาให้เป็นที่รู้จักออกไปอย่างกว้างขวาง ชาวมุสลิมมีข้อปฏิบัติหลักๆ อยู่ 5 ข้อที่อยู่ในจิตใต้สำนึกของทุกคน

muslims-praying

  1. ความเชื่อของมุสลิม ไม่มีพระเจ้าที่แท้จริงนอกซะจาก “อัลเลาะห์” และมูฮัมหมัด คือ ศาสดาของพระเจ้า ความเชื่อเหล่านี้มีมาตั้งแต่สมัย 1,000 กว่าปีที่แล้วที่นับตั้งแต่มีการแต่งตั้งศาสนาอิสลาม จนมาถึงปัจจุบันความเชื่อของชาวมุสลิม จะเป็นเหมือนผู้ที่นับถือศาสนาทั่วไป อย่างศาสนาคริสต์ ที่ยืนยันว่าพระเจ้าของตนเองนั้นมีอยู่จริง และยังคงเผ้ามองอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้การที่จะทำบาปอะไรซักอย่างนั้นไม่เกิดความสำเร็จเพราะยังคงเกรงกลัวต่อบาปจาก อัลเลาะห์
  2. การอธิษฐาน ของชาวอิสลาม จะต้องละหมาดให้ครบ 5 ครั้งต่อหนึ่งวัน การละหมาด ทุกคนจะต้องทำจิตใจให้สงบและสละบาปที่ทำขึ้นมาในวันนั้นๆ การละหมาดคือการ ถือศีลอย่างหนึ่งที่ทำให้จิตใจสงบ ไม่หวอกแหวกต่อสิ่งรอบข้าง และจิตใจต้องรวมเป็นหนึ่ง
  3. การให้ทาน คือการแบ่งปันสิ่งของให้แก่ผู้ยากไร้ ไม่กำหนดว่าจะต้องเป็นสิ่งที่มีค่า หรือไม่มีค่า อย่างเช่น การแบ่งอาหารให้แก่ผู้ที่อด ให้เครื่องนุ่งห่ม สิ่งต่างๆที่ชาวมุสลิมนั้นให้ ถือว่าเป็นการทำบุญอีกอย่างหนึ่งซึ่ง ศาสดาท่านสอนไว้ว่า หากเราให้ผู้ใดไปเราจะได้กลับมามากกว่าเดิม จึงเป็นที่มาของการให้และแบ่งปันระหว่างพี่น้องมุสลิม
  4. การถือศีลอด คือการถือศีลที่ทุกคนจะต้องทำในแต่ละปีจะมีการถือศีลอด 1 ครั้ง เพื่อให้เกิดความสมดุลแก่ชีวิต หรือเท่าเทียมกันทุกอย่าง ผู้ใดมีเงินทองมากมาย ในช่วงนั้นก็จะอดอาหารเหมือนผู้ยากไร้เช่นกัน เป็นการทดลองใจและฝึกความอดทนและเข้าใจถึงความอดของมนุษย์ ไม่ว่าจะรวยหรือจนย่อมมีค่าเท่ากันทั้งหมด
  5. ออกฮัจญ์ คือการเดินทางไปแสวงบุญที่นครเมกกะ ควรจะต้องเดินทางไปให้ได้หนึ่งครั้งในชีวิต ในช่วงเดือนสิบสองของทุกปี ถือว่าเป็นสิ่งที่พี่น้องชาวมุสลิมนั้นจะต้องทำ เพื่อให้ได้มาถึงคำว่า บรรลุ จากเพราะผู้เป็นเจ้า

 

ที่มาของคัมภีร์อัลกุรอาน


Warning: printf(): Too few arguments in /home/a221coom/public_html/awqaf-ir.org/wp-content/themes/viral/inc/template-tags.php on line 93

3035825

  คัมภีร์อัลกุรอาน เป็นคัมภีร์ที่เกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลามโดยตรงซึ่งชาวมุสลิมเชื่อว่า คัมภีร์นี้ได้ประทานพรมาจาก อัลลอฮ์ และความหมายของคำว่า อัลกุรอาน คือ การอ่าน หรือเรียกว่า การอาขยายนั่นเอง อัลลอฮ์ ผู้เป็นพระเจ้าองค์สุดท้ายของชาวมุสลิมได้มอบหนังสือเล่นนี้เพื่อมวลมนุษยชาติทั่วโลกและเป็นคัมภีร์เล่มสุดท้ายที่จะให้ แล้วจะไม่มีคัมภีร์เล่มอื่นๆต่อมาอีก ในปี ค.ศ. 610 เมื่อมูฮัมหมัดได้นั่งบำเพ็ญตนอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่ง ญิบรีลก็ปรากฏตนขึ้นและนำพระโองการแรกจากพระผู้เป็นเจ้ามีความว่า “อ่าน” ด้วยพระนามแห่งผู้อภิบาลของเจ้า ผู้ทรงบังเกิด ทรงบังเกิดมนุษย์จากก้อนเลือด จงอ่าน และพระเจ้าของเธอนั้นผู้ทรงใจบุญยิ่ง จึงเป็นที่มาของมนุษย์ขึ้นทุกวันนี้

bfi1266563725g1_9307

คัมภีร์อัลกุรอาน นั้นภาษาที่ใช้อ่านจะเป็นภาษา อาหรับ 100 เปอร์เซ็น ซึ่งหากบางท่านที่เป็นมุสลิมก็จะยังไม่เข้าใจลึกซึ้งเท่าไรเกี่ยวกับภาษานี้ น้อยคนนักที่อ่านแล้วจะเข้าใจในคัมภีร์อัลกุรอาน ในหนังสือเล่นนี้จะอธิบายความเป็นมาของพระเจ้าอย่าง อัลลอฮ์ ที่มาที่ไปของศาสนาอิสลาม กฎข้อห้ามต่างๆ และสิ่งที่ควรปฏิบัติและไม่ควร อัลกุรอาน เนื้อหาบางตอนจะอธิบายถึงเรื่องราวของ ศาสดา ของอิสลามมีใครที่เป็นศาสดา จำนวนเท่าใด และมีชื่ออะไร และยังอธิบายถึงแหล่งกำเนิดของศาสนาว่าเริ่มมาจากอะไร จนไปถึงเรื่องราวของการศรัทธาต่อพระเจ้า หรือนามของ อัลลอฮ์ หากผู้ใดดูหมิ่นศาสนาตนเองผู้นั้นจะมีแต่สิ่งชั่วร้ายเข้ามาในชีวิต และยังส่งผลถึงลูกหลานในอนาคตอีกด้วย คัมภีร์อัลกุรอาน หลักๆจะสอนให้ชาวมุสลิมออกมาใช้ชีวิตอย่างสงบและพอเพียงตามคำสอนไม่ควรยอมอดหากยังมีแรงที่จะทำงานต่อ หากผู้ใดนั่งกินหรือนอนกินผู้นั้นถือว่าความละอายต่อบาปไม่มี

ศาสนาทุกศาสนาทีทั้งดีและร้าย


Warning: printf(): Too few arguments in /home/a221coom/public_html/awqaf-ir.org/wp-content/themes/viral/inc/template-tags.php on line 93

is

     ศาสนาทุกศาสนาที ทั้งดีและร้าย หมายความว่าความชั่วร้ายนั้นมีอยู่ทุกที่เปรียบเทียบกันให้เห็นง่ายๆเลย ขนาดในวัดยังมีพระที่ดีและไม่ดีปะปนกันเลยครับ โดยส่วนตัวผมเป็นคนที่ชอบติดตามข่าวสารของประเทศไทยและทั่วโลกว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในแต่ละวัน ทุกวันจะมองเห็นแต่ข่าวที่ไม่ดี และบางข่าวก็เกิดขึ้นกับพระที่ทำสิ่งไม่ดีในวัด เช่นเรื่องการเสพสิ่งเสพติดต่างๆ ทั้งๆที่ศาสนาพุทธก็ยังมีกฎหรือข้อห้ามไว้อย่างเด็ดขาดก็ยังไม่ลดการปฏิบัติในสิ่งไม่ดีได้เลย ไหนจะมีข่าวที่มีความสัมพันธ์กับสีกา หรือผู้หญิง ตามกฎแล้ว พระภิกษุ เรานั้นหากโดนหรือแตะต้องตัวผู้ที่ไม่ใช่ชายนั้นถือว่าผิดศีลทั้ง 5 ข้อแน่นอน แต่นี่ถึงกับหลับนอนเลย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีพระที่ไม่ดีอยู่ทุกวัดนะครับ แค่อยากจะมาอธิบายเกี่ยวกับความดีและไม่ดีเท่านั้น ศาสนาอิสลามก็มีทั้งดีและไม่ดีเช่นกันเหมือนๆกันทุกๆศาสนา อย่ามองศาสนาแล้วตัดสินว่าใครดีหรือชั่วครับ

isisbrutali

ยกตัวอย่างเช่น ISS ที่ออกข่าวกันอยู่ทุกวันจับตัวประกันและทำร้ายฆ่าผู้บริสุทธิ์ ให้เห็นกันทั่วโลก กลุ่ม iss หรือกลุ่มที่รู้จักกันในชื่อ กลุ่มมุสลิมต่อต้านรัฐบาลนั่นเอง กลุ่มนี้มีสมาชิกอยู่มากมายทั่วโลกและพร้อมที่จะพลีชีพหรือฆ่าตัวตายได้ทุกเมื่อทุกเวลา ศาสนาอิสลามนั้นไม่มีการสอนให้มนุษย์นั้นฆ่าฟันกันเอง แต่สิ่งที่ทำออกมานั้นกายเป็นสิ่งที่ผิดกฎอย่างรุนแรง กลุ่ม ISS ตั้งตัวเองเป็นใหญ่หวังโคล่นล้มรัฐบาลและยืดอำนาจเป็นของตัวเอง เรียกร้องความเป็นเสรีภาพแบบผิดๆ และใช้ศาสนาอิสลามเป็นเครื่องมือหากิน เพราะเชื่อว่า อัลลอฮ์ เป็นผู้กำหนดให้ทำเช่นนี้และหากเสียชีวิตไปจะได้ขึ้นสวรรค์ เหตุผลนี้จึงเป็นที่มาของศาสนาทุกศาสนาทีทั้งดีและร้าย อย่างที่ผู้อ่านได้ทราบกันไป ไม่ว่าเราจะเป็นศาสนาอะไรขอเพียงให้ท่านเป็นคนดีและทำดีให้แก่สังคมเท่านั้นก็ถือว่าท่านเดินตามรอย อัลลอฮ์ และพระพุทธเจ้าแล้ว

ศาสนาอิสลามทำไมต้องมีภรรยาได้ 4 คน


Warning: printf(): Too few arguments in /home/a221coom/public_html/awqaf-ir.org/wp-content/themes/viral/inc/template-tags.php on line 93

muslim4

     ชีวิตของคนเราหากไม่มีชีวิตคู่ก็อาจจะลำบากในภายภาคหน้าเพราะภรรยาคือส่วนหนึ่งในชีวิตคู่ของมนุษย์ทุกคนถึงจะครบของคำว่า คู่ชีวิต แต่หากไม่มีเลยอาจจะไม่มีใครเป็นคู่ทุกคู่ยากไร้อนาคตและไม่มีผู้มาดูแลยามเจ็บไข้ได้ป่วย สาเหตุที่ทำไมศาสนาอิสลามจึงให้มีภรรยาได้มากถึง 4 คน เหตุผลก็เพราะหากมีภรรยามาก ก็จะมีผู้สืบทอดศาสนาต่อไป ในทางศาสนาอิสลามนั้นไม่จำกัดจำนวนของภรรยาว่าต้องมีจำนวนกี่คน หากเกิน 5 คนก็ถือว่าไม่ผดกฎใดๆทั้งสิ้น รวมถึงผู้เป็นสามีหากดูแลภรรยาในจำนวนๆนั้นๆไม่ได้ก็ถือว่าผิดเพราะถือว่าพาภรรยามาลำบากให้แก่ชีวิต ศาสนาอิสลามให้มีภรรยาและจำเป็นจะต้องเป็นศาสนาเดียวกัน หากเป็นศาสนาอื่นก็จำเป็นจะต้องเปลี่ยนศาสนาที่ตนเองเป็นอยู่แล้วเปลี่ยนมาเป็น มุสลิม หากภรรยาผู้ใดไม่เปลี่ยนถือว่าไม่ยินดีและรับใช้ศาสนาอิสลาม ก็จะถือว่าเป็นบาป อีกหนึ่งเหตุผลที่มีภรรยาได้มากกว่า 2 ก็คือเพื่อมีลูกหลานและช่วยกันสืบทอดศาสนาอิสลามได้อย่างเคร่งคัด เพื่อเผยแพร่ศาสนาอีกทางไปในตัวจึงทำให้ ศาสนาอิสลาม นั้นมีประชากรเพิ่มขึ้นรวดเร็วอย่างหน้าตกใจ ถือว่าเป็นศาสนาที่ใหญ่มาเป็นอันดับ 2 ของโลกเลยก็ว่าได้

0untitled-2

     การศึกษาสำหรับชาวมุสลิมนั้นถือว่าเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันเท่านั้น หลักๆคือทำตามคำสั่งสอนของ อัลลอฮ์ และทำตามกฎอย่างเคร่งคัดก็ถือว่าเป็นศาสนาอิสลามได้อย่างเต็มตัว การศึกษาที่กล่าวมาเบื้องต้นนั้นอาจจะไม่ค่อยได้เห็นชาวมุสลิมนั้นจบการศึกษาที่สูงมากนัก เพราะส่วนใหญ่จะไปเรียนเกี่ยวกับทางศาสนาอิสลามซะเป็นส่วนใหญ่มากกว่าการศึกษาในรูปแบบมหาลัย เพราะจบออกมาส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็น ครูสอนศาสนา หรือไม่ก็ทำธุรกิจส่วนตัวซะเป็นส่วนใหญ่ มุสลิมส่วนใหญ่ไม่ค่อยอยากจะเป็นลูกจ้างของใครหากไม่จำเป็น เพราะถือว่าการมีเจ้านายทำอะไรก็ไม่สะดวก หากต้องการละหมาดก็จะทำได้ไม่สะดวกมากนัก วันศุกร์คือวันรวมตัวกันของชาวมุสลิมมักพบปะกันได้ทุกๆที่ๆมีสุเหร่า ตามเขตพื้นที่จะมีสุเหร่าเพื่อให้ชาวมุสลิมมาละหมาดและวันศุกร์คือวันละหมาดที่สำคัญของสัปดาห์นั้นๆทุก วันศุกร์ จะเห็นชาวมุสลิมรวมตัวกันที่หน้าสุเหล่า ได้พบปะกันได้พูดคุยกันอย่างมีมิตรไมตรีจึงเป็นที่มาของความสามัคคีของพี่น้องชาวมุสลิม

11377383_10205598429015260_8198232452210293882_n

กฎข้อห้ามของศาสนาอิสลาม


Warning: printf(): Too few arguments in /home/a221coom/public_html/awqaf-ir.org/wp-content/themes/viral/inc/template-tags.php on line 93

woman-reading-quran

     กฎข้อห้ามของ ศาสนาอิสลาม นั้นไม่ได้แตกต่างอะไรกับชาวพุทธอย่างเราเลย เพียงแต่ผู้คนที่นับถือศาสนานั้นๆจะทำตามกฎที่วางไว้หรือไม่ กฎที่ห้ามของมุสลิมได้แก่ การไม่ดื่มเหล้าหรือ สิ่งเสพติด และของมึนเมาต่างๆ เพราะถือว่าเป็นบาปหนักของศาสนามุสลิม เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นส่งผลเสียต่อครอบครัวและสังคมเป็นอย่างยิ่งเหตุผลนี้ชาวมุสลิมจึงไม่ดื่มเหล้าและสิ่งเสพติดทุกอย่างเพราะถือว่า อัลลอฮ์ ผู้เป็นพระเจ้านั้นกำลังมองอยู่ กฎข้อที่ ห้ามกินหมู ทุกคนคงเข้าใจอยู่แล้วว่าทำไมอิสลามถึงกลัวหมู แท้ที่จริงแล้วชาวมุสลิมนั้นไม่ได้กลัวหมูเลยแม้แต่น้อย แต่สมัยก่อนนั้น หมูเป็นตัวที่นำโรคต่างๆเขามาในโลกเพราะหมูเป็นสัตว์ที่สกปรก เพราะหมูกินทุกอย่างไม่เลือกหน้า ในตัวหมูมี พยาธิ หลากหลายสายพันธุ์ และระบาดไปทั่วทุกทวีปในขณะนั้น

5gddse

     จึงเป็นสาเหตุที่ชาวมุสลิมไม่รับประทานสิ่งของสกปรกอย่างเช่นหมู และสัตว์ที่ไม่ควรกินต่างๆอย่างเช่น สัตว์มีพิษ สัตว์ที่กินเนื้อพวกเดียวกัน สัตว์ที่ใหญ่กว่าวัว ต่างๆ เพราะถือว่าหากรับประทานเข้าไปแล้วจะเป็นอันตรายต่อชีวิตซะมากกว่า กฎข้อที่ 3 ห้ามยุ่งเกี่ยวกับการพนัน เพราะการพนันถือว่าเป็นความหายนะ มาสู่ตัวเองและครอบครัว หากเล่นการพนันสิ่งที่เก็บออมมาจะไม่ยั่งยืนและหายไป ครอบครัวก็จะไม่มีความสุข กฎข้อห้ามหลักๆ ของศาสนาอิสลามก็คงจะมีประมาณนี้ และเชื่อว่าทุกๆศาสนาก็มีเหมือนกันแต่อยู่ที่ว่าใครจะปฏิบัติได้เท่านั้นเอง ศาสนาทุกศาสนาล้วนสร้างคนให้เป็นคนดีเหมือนๆกัน หากเป็นคนดีอยู่ที่ไหนคุณก็จะเป็นคนดีไม่ว่าจะนับถือศาสนาอะไรหรืออยู่ในประเทศอะไรก็ตาม ทุกยุคสมัยเปลี่ยนไปตามกาลเวลาเด็กสมัยใหม่ล้วนปฏิบัติในสิ่งที่ศาสนาอาจจะไม่ได้สอน เช่นการมี เพศสัมพันธ์ ก่อนไวอันควรก็ถือว่าผิดกฎของทุกศาสนาแล้ว แต่หากสมัยนี้มีเทคโนโลยีที่เข้ามาแบบรวดเร็วและสื่อที่ได้รับเข้าไปนั้นเป็นสิ่งผิดผู้เสพก็ทำตามและผิดกฎไปด้วยเช่นกัน

 

ประเทศที่นับถือศาสนาอิสลามมากที่สุด


Warning: printf(): Too few arguments in /home/a221coom/public_html/awqaf-ir.org/wp-content/themes/viral/inc/template-tags.php on line 93

muslim

     ศาสนาอิสลาม คือศาสนาที่มีความเคร่งคัดในเรื่องศาสนาและกฎระเบียบที่วางไว้อย่างเคร่งคัด ศาสนาอิสลามมีต้นกำเนิดจากประเทศซาอุดีอาระเบียที่เมืองเมกะและแพร่หลายมาทั่วโลกในปัจจุบัน ศาสนาอิสลามถือว่าเป็นศาสนาที่ได้รับการยอมรับว่ามีผู้คนนับถือมา เป็นอันดับ 2 ของโลก ต่อจากศาสนา คริสต์ที่มาเป็นอันดับ 1 ประเทศที่มีประชากรนับถือมากที่สุดคือ ประเทศซาอุดีอาระเบีย จีน และ อินโดนีเซีย ศาสนาอิสลามมีพระเจ้าชื่อ อัลลอฮ์ ซึ่งมีผู้คนนับถือมาตั้งแต่สมัยโบราณ และยังเชื่อว่า อัลลอฮ์ ยังคงมีตัวตนติดตามชาวมุสลิมอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้ชาวมุสลิมนั้นไม่กล้าแหกกฎมากนักเพราะเชื่อว่าหากแหกกฎหรือกระทำความผิดใดๆ อัลลอฮ์ จะลงโทษพวกเขาทันที ศาสนาอิสลามมี ศาสดาคือ มุฮัมมัด ส่วนเรื่องชีวิตประจำวันหรือการปฏิบัติตนที่ต้องทำกันทุกวันคือ

muslim

     การละหมาด  การละหมาดนั้นสามารถทำได้ตลอดทั้งวันแต่หากตามกฎของศาสนาแล้วละก็ จะแบ่งออกเป็น 5 เวลา มีช่วงตื่นนอน ช่วงเช้า ช่วงสาย ช่วงบ่าย และช่วงเย็น โดยการละหมาดจะสามารถละหมาดที่ไหนก็ได้แต่หากจะต้องมี ผ้าขาวที่ไว้รองเวลาทำละหมาดและชุดเปลี่ยนที่เป็นชุดขาวสะอาดบริสุทธิ์ก็สามารถทำละหมาดได้แล้ว ข้อดีของการทำละหมาดคือ ได้อยู่กับตนเองได้ทบทวนหากวันนี้ได้ทำอะไรผิดไป ได้เข้าใจถึงการทำสมาธิ เข้าถึงเรื่องบาปบุญคุณโทษ ต่างๆ เข้าใจในระเบียบวินัยและฝึกทำตนให้เป็นคนดีและแก่สังคม การถือศีลอด ถือว่าเป็นการสร้างบุญกุศลให้แก่ตนเอง และยังถือว่าเป็นการสละบาปออกจากตนเอง ฝึกความอดทนอดกลั้น ตรงต่อเวลา อยู่ในศีลในธรรม หากผู้ใดไม่ถือศีลอด ผู้นั่นย่อมไม่รู้จักการเสียสละ ถือว่าเป็นการไม่ยอมรับกฎและเงื่อนไขในศาสนา การถือศีลอดนั้น พิสูจน์ให้เห็นว่า หากผู้ใดมีเงินทองมากมาย หรือผู้ใดไม่มีอันจะกิน ทุกคนย่อมเท่าเทียมกันเสมอ ไม่มีใครที่จะเหนือกว่าใคร เราอด ท่านก็อดเหมือนกัน

muslims-in-indonesia